บ่นๆ ตามประสา

ข้อเท็จจริงกับราคาก๊าซและน้ำมันในประเทศ หมวด » เรื่องนี้ต้องขยาย » เรื่องเด่นประเด็นดัง
พอดีผมเห็นมาจากแหล่งข่าวแหล่งหนึ่ง ซึ่งเค้าก็ได้แจ้งเหตุผลค่อนข้างมีเหตุผลอย่างไรก็อยากให้เพื่อนๆลองแสดงข้อ คิดว่าจริงเท็จประการใด ผู้ตั้งกระทู้มิได้มีเจตนาในการลดความเชื่อมั่นของรัฐบาลและ ปตท นะครับ โดยมีเนื้อหาตามนี้ครับ
ผมได้มีการรวบรวมข้อมูลและประมวลสถานะการ์ณต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนี้

เรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย ไม่ว่าเป็น ดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล NGV หรือ LPG ต่างก็ยังไม่ได้ลอยตัวครับ ถ้าให้ลอยตัวเหมือนกันหมดราคาเชื้อเพลิงที่กล่าวถึงก็คงจะขึ้นราคา แต่คงไม่เกิน 3 บาทต่อลิตรครับ แต่ที่ ปตท. ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เป็นบริษัทเอกชน เช่น เอสโซ เชลล์ มาออกข่าวว่าต้องขึ้นราคาแก๊ส LPGอีก 11 บาทนั้น เขาอ้างอิงจากราคาตลาดโลก แต่ประเทศไทยผลิตได้เองส่วนหนึ่งจากแหล่งผลิตในประเทศ และจากการกลั่นน้ำมันดิบ

ประเทศในยุโรป ไต้หวัน เกาหลี อินเดีย และอีกหลายประเทศ รัฐบาลเขามีนโยบายสนันสนุนผู้ใช้แก๊ส ทั้ง NGV และ LPG ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ในครัวเรือน หรือในการขนส่ง ด้วยสาเหตุที่ว่า แก๊ส LPG และ NGV เป็นเชื้อเพลิงสะอาด (cleanfuel) หรือพลังงานสะอาด (clean energy) ลดมลภาวะในอากาศที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงประเภทเบนซินหรือดีเซล ประโยชน์ที่ได้รับจากการสนับสนุนตรงนี้คุ้มกว่าผลเสียที่ก่อให้เกิดทางสังคม เช่นโรคทางเดินหายใจ หรือโรคอื่นๆ มาก หลายประเทศรัฐบาลเขาออกมาประกันราคา NGV และ LPG ว่าจะไม่ขึ้นภายในเวลาหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเขาลงทุนติดตั้งระบบแก๊สในรถยนต์

ในประเทศไทย การใช้แก๊ส LPG ในรถยนต์มีมามากกว่า 20 ปีเท่าทีผมจำความได้หรือมากกว่านั้น ถ้าจำไม่ผิดรัฐบาลเองในยุคก่อนมีนโยบายส่งเสริมการใช้ LPG เหมือนกับประเทศอื่นๆ ด้วยซ้ำ

แต่มาในยุค ปตท. แปรสภาพจากรัฐวิสาหกิจที่เป็นสมบัติของคนทั้งประเทศ ไปเป็นบริษัทเอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (ด้วยการขายหุ้นราคาถูกกว่าราคาจริงเบื้องต้น เปรียบเสมือนเอาสมบัติของประเทศมาขายในราคาต่ำกว่าราคาจริง ให้กับพวกพ้องคนรวยไม่กี่ตระกูล) รัฐบาลกับมีนโยบายสนับสนุนการใช้ NGV ในรถยนต์ โดยให้คำมั่นว่าจะคงราคา NGV ไว้ที่ กก. ละ 8.50 บาท ส่วน LPG ที่เคยส่งเสริมนั้นไม่พูดถึง แต่มาเร็วๆ นี้ ปตท. และ รัฐบาล ออกมาอ้างว่าต้องขึ้นราคา LPG เพราะอุ้มสุดตัว และบีบผ่านทาง ปตท. ไม่ให้เกิดปั้มแก๊ส LPG หรือด้วยวิธีการอื่นๆ และจะขึ้นราคา NGV อีก

... ทีนี้มาตอบข้อสงสัยว่าทำไม ปตท. หรือรัฐบาล ผ่านกระทรวงพลังงาน สนับสนุน
การใช้ NGV สุดตัว และพยายามบีบให้เลิกใช้ LPG มีดังนี้

1. ปตท. เป็นผู้ผูกขาดธุรกิจ NGV แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ไม่มีการแข่งขัน
2. ปตท. รับซื้อแก๊สธรรมชาติ (natural gas) จากพม่าผ่านทางท่อส่งมายังราชบุรีซึ่งการวางท่อส่งแก๊สนี้ทำให้เกิดปัญหา กระทบกระเทือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นการลงทุนของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ปตท. ที่เรารู้กันอยู่ ปตท. จำเป็นต้องขาย NGV ให้มากที่สุดเพื่อคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายให้พม่าเป็นค่าแก๊ส
3. ปตท. ต้องแสดงผลประกอบการเป็นกำไร เพื่อให้ผู้ถือหุ้น (ใหญ่) พอใจ เพื่อให้ผู้บริหาร ปตท. ได้อยู่ในตำแหน่ง ได้รับผลประโยชน์เป็นเงินเดือนค่าจ้าง สวัสดิการ ที่สูงลิ่ว
4. นักการเมืองที่ดูแลกระทรวงพลังงาน เป็นอดีตพนักงานระดับสูงของ ปตท.
5. ปตท. สนับสนุนการใช้ NGV ด้วยการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการสนับสนุนราคาถังแก๊ส NGV จำนวนหนึ่ง แต่ไม่ยอมลงทุนสร้างปั้มแก๊ส NGV ให้ทั่วประเทศ และระบบส่งแก๊ส NGV ไม่สามารถหาผู้ร่วมลงทุนจากเอกชนรายอื่นๆ ได้ เพราะเขารู้ว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เป็นเหตุผลทางการเมืองและผลประโยชน์ของ ปตท. เอง (ขอย้ำว่าไม่ใช่ผลประโยชน์ต่อสังคม) อีกทั้งข้อจำกัดทางเทคนิค ไม่เป็นที่นิยมของผู้ใช้รถยนต์เท่าLPG ปตท. จึงต้องหามาตรการอื่นมาบีบ

การที่ ปตท. ทำอย่างนี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจเพราะเป็นบริษัทเอกชน ย่อมหาหนทางใดๆก็ได้เพื่อให้ได้กำไรสูงสุดเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น (ขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่ผลประโยชน์ของสังคม) แต่การที่ภาครัฐผ่านทางกระทรวงพลังงานเลือกปฏิบัติโดยสนับสนุนการใช้NGV ในรถยนต์สุดตัว โดยไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ เช่น ระบบการส่งแก้ส NGVปั้มแก๊ส NGV และบีบการใช้ LPG ในรถยนต์ ถือว่าไม่เหมาะสม รัฐบาลควรให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างถูกต้องถึงผลได้ผลเสียต่อสังคมของการใช้ พลังงานทางเลือก และควรกำกับดูแลไม่ให้บริษัทเอกชนบริษัทใดบริษัทหนึ่งเอาเปรียบสังคม

เรื่อง ปตท. บีบไม่ให้ตั้งปั้มแก๊ส LPG เป็นเรื่องจริงครับ เมื่อ 26 ธ.ค. 48 ผมคุยกับเจ้าของกิจการโรงบรรจุแก๊สแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เขาบอกว่าค่าการตลาดจากการขายแก๊ส LPG สูงคุ้มค่ากับการลงทุนเปิดปั้มแก๊สเติมรถยนต์มากกว่าการเปิดปั้มเบนซิน ดีเซลแต่ ปตท. บีบไม่ให้ตั้ง มิฉะนั้นจะไม่ส่งแก๊ส LPG ให้ และแก๊สที่มาส่งก็มาจากแหล่งผลิตในประเทศที่ลานกระบือนี่เอง ส่วนการตั้งปั้มแก๊ส NGV เขาไม่กล้าลงทุน เพราะแพงมาก มีรถยนต์ใช้น้อยไม่คุ้ม และมีอุปสรรคเรื่องระบบขนส่งแก๊ส NGV

... ทีนี้มาตอบข้อสงสัยว่าทำไม ปตท. หรือรัฐบาล ผ่านกระทรวงพลังงาน สนับสนุน
การใช้ NGV สุดตัว และพยายามบีบให้เลิกใช้ LPG LPG สามารถกลั่นจาก น้ำมัน(ซึ่งมีต้นทุนสูงนำเข้า) และก๊าซธรรมชาติ(ซึ่งมาจากอ่าวไทยของเราเอง)
NGV (ก๊าซมีเทน)ได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติซึ่งมีอยู่ประมาณ 66 mol% LPG(c3+c4) 6 mol% แล้วทำไมจะไม่ควรสนับสนุนการใช้ NGV จะซื้อน้ำมันต่างชาติมากลั่นทำไม

อ้างอิงข้อมูลของกระทรวงพลังงานที่เป็นข้อมูลราชการ ที่
http://www.eppo.go.th/info/T25.html

เรานำเข้า natural gas ปี 2005 156,733 bbl/day จากปริมาณการใช้
568,742 bbl/day หรือ 27.55 % ของการใช้ในประเทศไทย ซึ่งก็คือนำเข้าจาก
พม่า เสียเงินตราต่างประเทศให้พม่า

ข้อมูลการส่งออก LPG ครับ จากกระทรวงพลังงาน ตาราง 34 ที่
http://www.eppo.go.th/info/T34.htmlไทยส่งออก LPG ปี 2005 เฉลี่ยเดือนละ 150 ล้านลิตร เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 8.5 %จากปี 2004 (นั่นคือส่งออก LPG มากขึ้น) ขณะที่ปริมาณแก้ส LPG ที่ใช้ในรถยนต์ของไทยประมาณปีละ 100 ล้านลิตร หรือแค่ 10% ของแก้ส LPG ที่ส่งออกทั้งปี ยังมีเหลืออีกมากสำหรับสนองความต้องการในประเทศซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในครัวเรือน และอุตสาหกรรม

LPG ได้มาจากสามแหล่งครับ คือ หนึ่ง เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบทำเบนซิน ดีเซล ถ้าไม่ใช้ก็ต้องเผาทิ้ง สอง ปนมากับน้ำมันดิบที่ขุดได้จากบ่อน้ำมันหรือแก้ส ถ้าไม่ใช้ก็ต้องเผาทิ้ง สาม กลั่นจากแก้สธรรมชาติ (natural gas) ส่วน NGV ได้มาจากการกลั่นจากแก้สธรรมชาติ

NGV เหมาะสำหรับรถสาธารณะขนาดใหญ่เนื่องจากอุปกรณ์ยุ่งยากราคาสูงและต้องใช้ถังแก้สความดันสูงจำนวนมาก

จากการศึกษารายงานนโยบายการใช้พลังงานของ APEC ที่ไทยเป็นสมาชิกหนึ่งในยี่สิบเอ็ดประเทศ ไทยเป็นประเทศเดียวที่จำกัดการใช้ LPG และส่งเสริม NGV ในรถยนต์ทั้งๆ ที่ผลิต LPG ได้เกินความต้องการต้องส่งออกไปขาย และยังต้องสั่งแก้สธรรมชาติจากพม่าเป็นปริมาณประมาณหนึ่งในสี่ของการใช้ใน ประเทศ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย ต่างส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แก้สLPG ในรถยนต์ ด้วยมาตรการทางภาษีและสนับสนุนราคา LPG ให้ต่ำกว่าเบนซิน ดีเซลประมาณครึ่งหนึ่ง ประเทศที่กล่าวมายกเว้นออสเตรเลียต่างต้องนำเข้า LPG ไม่มีแหล่งเองเหมือนประเทศไทย

ฮ่องกงเอง ได้เปลี่ยนให้รถแทกซี 90 เปอร์เซ็นต์มาใช้แก้ส LPG ด้วยการให้เงินสนับสนุน และกำลังมีโปรแกรมใหม่ที่จะเปลี่ยนรถบัสเล็ก 5,000 คันมาใช้แก้ส LPG(ย้ำ LPG) ด้วยเงินสนับสนุนและมาตรการส่งเสริมของรัฐบาล

เราผลิต LPG ได้ปีละประมาณ 3,200 ล้านลิตร ส่งออกประมาณ 800 ล้าน (25%)ใช้กับยานยนต์ (แบบเว่อร์ๆ 2 เท่าเลย) 200 ล้านลิตร

ที่เหลืออีก 2,200 ล้านลิตร หายไปไหนครับ???

ไปอยู่ภาคครัวเรือน ให้ประชาชนใช้หุงต้ม 1,000 ล้าน
อยู่ภาคอุตสาหกรรม ทำอาหาร ทำแก้ว หลอมโลหะ ฯลฯ อีก 1,200 ล้าน

แล้วไอ้ที่มาโกหกปาวๆๆๆ ว่า รถยนต์ใช้แกส ทำให้โครงสร้างพลังงานเสียหาย เพราะรัฐฯ ต้องชดเชยถึงกิโลละ 11 บาท .. หรือลิตรละ 6 บาท (มาได้งัยก็ไม่รู้) .. ชดเชยให้ใครกัน?

ชดเชยให้คนใช้รถ . 200x6 = 1,200 ล้าน
ชดเชยให้คนทำกับข้าวกิน . 1,000x6 = 6,000 ล้าน (สาธุ)
ชดเชยให้พ่อค้านายทุน ผลิตสินค้า = 1,200x6 = 7,200 ล้าน (ก็ .. ยังดี .. ของจะได้ไม่แพง)
ชดเชย ((Embedded image moved to file: pic06840.gif)Huh!!!!?? ชด
เชยทำไม) ให้กับการส่งออก 800x6 = 4,800 ล้าน!!!!!

บ.น้ำมัน ไม่รวยพุงปลิ้นวันนี้ ก็ไม่รู้จะพูดงัยแล้ว...

เบนซิน91 หรือเบนซิน95 ต้องนำเข้าน้ำมันดิบ 100 %
แก๊ส โซฮอล นำเข้าเป็นน้ำมันดิบเพื่อกลั่นเป็นเบนซิน 90 % และยังเป็นเอธานอลส่วนหนึ่งที่เราผลิตไม่พอ ดังนั้นเท่ากับนำเข้ามากกว่า 90 % แต่รัฐบาลโปรโมตสุดลิ่มทิ่มกบาล LPG ไม่ต้องนำเข้าเพิ่มเติม ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบส่วนหนึ่ง กับแยกจากแก๊สธรรมชาติของไทยหรือพม่าอีกส่วนหนึ่ง มีเหลือขายต่างประเทศ
ลองใช้หัวแม่เท้าคิดดูก็แล้วกันครับ
ใช้ เบนซิน 100 ล้านลิตร หรือแก๊สโซฮอล 90ล้านลิตร ก็ต้องนำเข้าน้ำมันดิบในจำนวนที่มากกว่าใช้ LPG 100 ล้านลิตร ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพราะจากกระบวนการกลั่นเหลือใช้จนต้องขาย ต่างประเทศ
การนำLPG 100 ล้านลิตรมาใช้แทนน้ำมัน เมื่อเทียบกับการใช้เบนซิน 90ล้านลิตร หรือ เบนซินในแก๊สโซฮอล 80กว่าลิตรแบบไหนจะเสียเงินตราของชาติมากกว่ากัน(ให้อัตราสิ้นเปลือง LPGมากกว่าประมาณ 10 %)แบบไหนประหยัดเงินตราของชาติมากกว่ากัน ต่อให้คิดโดยเสมอภาคนั่นคือหากชดเชยก็ชดเชยเท่ากัน หรือไม่ชดเชยก็ต้องไม่ชดเชยเหมือนกัน ค่าการตลาดต่อลิตรเท่ากัน
***จุด ที่จะประหยัดเงินตราต่างประเทศมากที่สุดคือ จุดที่มีจำนวนผู้ใช้ LPG มากขึ้นจนแทบไม่มีเหลือส่งออก เพราะเราก็ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่าเดิมหากจำนวนคนที่ใช้ LPG เพิ่มขึ้นจากเดิมจนถึงจุดที่เราแทบไม่เหลือ LPG ส่งออกนอกนั้นใช้เบนซินหรือโซล่า หรือแม้แต่แก๊สโซฮอลก็ตาม จะต้องนำเข้าน้ำมันดิบอีกเท่าไหร่

อย่าเพิ่งไปกลัวเลยครับ ผมว่าที่ปตท ออกมาขู่เรื่องราคาแก๊ส lpg ว่าราคาจะลอยตัวราคาที่แท้จริงต้องบวกเพิ่มอีก 9บาท ต่อลิตร ตกลิตรละ18บาท สงสัยจะเป็นอุบายของปตท ที่จะทำให้คนที่คิดจะติดlpg ลังเลใจแล้วมาติด ngvแทน เพราะปัจจุบัน ngvขายไม่ออก ที่เขาบอกว่าlpg ราคาขึ้นเป็น600ดอลล่า/ตัน ถ้าวิเคราะห์ดูดีๆ ตันหนึ่งมี1000 กก 1กกมี1.8ลิตร 1ตันเท่ากับ 1800ลิตร 600ดอลล่าเท่ากับ 24000บาท คิดแล้วลิตรหนึ่งตก 13บาทกว่าเท่านั้นเอง นี่ยังไม่รวมถึงแหล่งที่มาของราคาที่เขาใช้เป็นราคากลางด้วยว่า600ดอลล่า /ตัน มาจากที่ไหน ที่อื่นที่ถูกกว่านี้ก็มี เช่นซื้อมะม่วงแถวต่างจังหวัด ราคาย่อมถูกกว่าที่ไปซื้อที่สีลมอยู่ดี อีกอย่างlpg เราก็ผลิตได้เองบางส่วนจะมาอ้างราคาตลาดโลกได้อย่างไร ทำไมไม่ตั้งราคาขาย มะม่วงทุเรียน และผลผลิต
ทางการเกษต ที่เราผลิตได้ในประเทศ ให้มีราคาสูงเหมือนที่ขายในญี่ปุน ในอเมริกาละโดยอ้างราคาตลาดโลกบ้าง ขายทุเรียนลูกละซัก2000บาทไปเลยซิ คิดว่าประชาชนโง่เหมือนควายเหรอครับ รัฐบาลอย่ามาขูดรีดขูดเนื้อประชาชนเลยครับ

นี้คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ขอให้ทุกท่านร่วมหาทางแก้ไขอีกทั้ง รัฐบาลเราคงหวังเพิ่งพาอาศัยไม่ได้แล้ว

**ช่วยอัพกันหน่อยนะครับ เผื่อเพื่อนๆที่ยังไม่ได้อ่าน**
ความจริงของรัฐบาลกับปตท.


ปล.ผมคนนึงล่ะ ที่ใช้ LPG


มีพี่ๆ เพื่อนๆ คนไหนเคยเอาภาพไปอัดทำโปสการ์ดบ้างไหมครับ

พอดีเพื่อนที่ภูเก็ต เค้าไปเป็นอาสาสมัครรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แล้วที่นี้เค้าต้องการหาเงินเข้าองค์กร โดยการทำโปสการ์ดภาพถ่ายที่เค้าเข้าไปถ่ายในป่า มาบริจาคให้องค์กรเพื่อให้องค์กรเค้านำไปขายอีกที

ที่อยากจะรบกวนคือ พอจะทราบร้านที่รับทำลักษณะประมาณนี้ไหมครับ ว่าติดต่อได้ที่ไหนบ้าง(อยากได้ที่กทม.เพราะว่าที่่ภูเก็ตเพื่อนไปถามมา ต้นทุนประมาณ 15บาท) หรือถ้าหากมีใครที่รับทำอยู่แล้วรบกวนแจ้งที่อยู่ให้หน่อยนะครับ
โดยองค์กรจะได้รายได้ทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆจากการขายโปสการ์ดนี้ (เพื่อนผมกับเพื่อนๆ จะรวบรวมเงินกันจัดพิมพ์เองครับ)

ปล.ชื่อองค์กรนั้นพอดีผมลืมถามเพื่อน เดี๋ยวจะโทรไปถามแล้วเข้ามาแจ้งอีกทีครับ

หรือใครจะสะดวกส่งเป็น pm ให้ผมก็ได้ครับ
หรือจะส่งไปที่ http://jameslogbook.multiply.com ก็ได้ครับอันนี้ของ เจมส์เพื่อนของผมที่จะทำโปสการ์ด

ขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านครับ

มาดูกัีนๆๆ นายกของเราให้สัมภาษณ์ อย่างแหล่มเลย


http://www.sukiflix.com/embed.php?video=281>

หลังจากที่ทำงานสบายมานาน กรรมได้ตามสนองแล้ว เย้ๆๆๆๆ

แบบร่างโรงแรมที่ต้องส่งวันทีีรถโดนชนตูด ได้ส่งถึงมือเจ้าของโครงการแล้ว

ทำงานเหมือนตอนที่จะส่ง thesis เลย

วันพฤหัสที่ 8 ไอ้ปอนด์ (เพื่อนที่ออฟฟิต) ทิ้งแบบร่างพร้อมคำอธิบายไว้ให้ เพราะพรุ่งนี้จะไปงานแต่งเพื่อน พรุ่งนี้ลาหยุด

วันศุกร์ที่ 9 ออกจากออฟฟิต 3 ทุ่ม รอตรวจแบบร่างกับ อ.เจตต์ ตั้งแต่ 4 โมงเย็น ได้ตรวจตอน 2 ทุ่ม เพราะว่าอ.เจตต์ไล่ตรวจโปรเจคที่เมืองจีนก่อน (ใช่สิ ของเรามันลูกเมียน้อยนี่นา่)

วันเสาร์พัก 1 วัน ตอนเย็นเล่นบาสตามปกติ

วันอาทิตย์ที่ 11 เข้าออฟฟิต 10 โมง ออกตอน 5 โมง ตอนเช้าแวะถ่ายรูปไซท์ ที่ราชเทวีกับไอ้ปอนด์ แ้ล้วก็มานั่งสรุปแบบ ให้อ.เจตต์ตรวจเพื่อสรุป mass อาคารครั้งสุดท้าย  ก่อนที่อ.เจตต์จะไปพรีเซนต์งานที่จีน พร้อมกับเรียกไอ้บ๊อบมาดู mass เอาไปทำตีบ โอเค ได้mass แล้ว ดีใจจัง

วันจันทร์ที่ 12 เข้าออฟฟิต 9.30 นั่งปั่นงานหัวฟู พี่ป้อมช่วย sketch plan ส่วน podium อาคารให้ เพราะว่าพรุ่งนี้แกจะต้องไปsiteเชียงใหม่(ขอบคุณพี่ป้อมคร๊าบบ ปล่อยผมทำเอง มีอีก 3 วันแน่ๆ) plan podium 4 ชั้น +ปรับแก้ห้องพักส่วน tower ให้ เสร็จภายใน 12 ชม. สุดยอดดด
ส่วนไอ้บ๊อบบอกว่าจะส่ง มุมมาให้ดูตอนเช้า  แสดดดดด 6 โมงเย็นยังไม่ส่งมาเลย แสดดดดด อีกรอบ อ่ะๆๆ เข้าใจ กูส่งให้มึงช้าเอง 555 ออกจากออฟฟิต ตี2 ครึ่ง ไอ้ครั้นจะนอนออฟฟิต ก็กลัวเหลือเกิน ประวัติโชกโชนสุดๆ โทรหาไอ้บ๊อบ ขอไปซุกหัวนอนด้วยคนนะมึง บ๊อบใจดี ตื่นมารับโทรศัพท์ พร้อมกับให้ที่หลับนอน 1 คืน (อ้าว แล้วงานกูมึงไม่ทำแล้วเหรอ T_T)

วันอังคาร 13 ไอ้บ๊อบตื่นแต่เช้ามานั่งปั่นงานให้ ตื่นมา 6 โมง 15 เห็นมันนั่งทำงานอยู่ ก็คุยกับมันสักพัก แล้วก็ตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัว ด้วยเสื้อผ้าชุดเก่า(เสื้อใหม่ เตรียมพร้อมอยู่แล้ว) นั่งรถเมล์จากคลองตันไปแยกชิดลม แล้วก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ถึงออฟฟิต ตอน 7 โมงครึ่ง
นั่งscan plan ที่ี่พี่ป้อม sketch ใ้ห้ ส่งให้ไอ้บ๊อบ(เครื่อง scan ห้องมันไ่ม่อยู่) กับพี่นก landscape เสร็จก็มานั่งเขียน plan podium ใหม่ แล้วก็เอา plan ที่ไป scan มา มาใ่ส่ใน file cad อีกทีแล้วก็ส่งเพื่อเป็น information ให้ทั้ง 2 อีกครั้ง  ทำงานๆๆๆๆๆ
ไอ้บ๊อบส่ง tive มาให้เลือกมุมแล้ว เลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว เอ้า ไปทำมาต่อเลยมึงไอ้บ๊อบ
ทีแรกว่าจะกลับดึกหน่อย ซัก 3 ทุ่ม เริ่มเวียนหัว + จะอ้วก อย่างหนัก เลยชวนไอ้ปอนด์กลับบ้านกัน ถึงบ้านลาดกระบังตอน 5 ทุ่มครึ่ง โอ้วววว ชีวิต ชนบทแท้ แต่ก็โอเค ได้นอนบ้าน 1 คืน

วันพุธ 14 ตื่นแต่เช้า นั่งรถตู้จากบ้านมาอนุเสาวรีย์ แ้ล้วต่อ BTS (ปกติจะนั่งรถไฟ แต่วันนี้ต้องรีบเลยนั่งรถตู้แทน) ถึงออฟฟิตตอน 7.45 นั่งทำงานหัวฟูอีกแล้ว ทุกคนถามหาแต่ tive จากไอ้บ๊อบ ว่ามายัง ขอดูหน่อยๆๆๆๆๆๆ  ก็บอกเค้าไปว่า เดี๋ยวบ่ายๆมันจะแอบทำ แล้วส่งมาให้ครับพี่
บ่าย2 โทรหาไอ้บ๊อบ บ๊อบเพื่อนรักบอกว่า " พอดีกูมีงานเร่งว่ะ ทำให้มึงไม่ได้เลย เอาเป็นว่า สัก ทุ่มหรือ 2 ทุ่มได้ไหม เดี๋ยวกูส่งให้ " แสดดดดดด กูจะบอกว่าไม่ได้ ได้ไหมล่ะ กูก็ต้องบอกว่าได้สิ T_T  แต่ว่า กูขอทุ่มครึ่งนะ
แล้วก็ไปบอกทุกคนว่า ทุ่มครึ่ง บ๊อบจะส่งมาให้ดูครับ
ทุ่ม 15 โทรไปแย๊บๆ ไอ้บ๊อบ ใจร้าย บอกว่าเดี๋ยว 2 ทุ่มครึ่งส่งให้
ต่อรองไป ต่อรองมา รอไปรอมา ไอ้บ๊อบส่งมา 3 ทุ่ม โอ๊ยยยย กูจะบ้าตาย
3 ทุ่มบ๊อบส่งมาแล้ว เอาไปให้ อ.เจตต์ คอมเม้นท์เรียบร้อย  บ๊อบมึงสบายใจได้ ไม่มีการแก้แน่นอน เพราะว่าที่มึงจะต้องส่งอีกที คืองาน final แล้ว 55555
นั่งทำงานไปกับไ้อ้ปอนด์ 2 คน แรกๆก็ขำ ก็สนุกดี สักเที่ยงคืน ไม่ไหวแล้วต้องออกไปเิดินเล่นที่ 7-11 หน้าปากซอย กลับเข้ามาฟังเพลง เสือกเปิดเพลง jazz กันอีก อะไรจะชิวขนาดนี้ สักพัก ไม่ไหวเปิด คาราบาว กันดีกว่า เปิดไป ร้องไป เริ่มเข้าสู่โหมด ไร้ใจแล้ว ร่างกายลืมแล้วว่าง่วง ทำงานๆๆๆ
กะว่าตอนเข้ามา จะถ่ายรูปแสงอาทิตย์แรกของวัน ดูมุมเรียบร้อย เห็น all season อยู่ห่างๆ เอาเว้ยๆๆๆ โดนแน่ๆ มุมนี้ (คิดในใจ) เช้ามา พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ฝนตก!!!!  T_T  ไม่ได้รู้เรื่องเลยนะไอ้ฟ้าฝนเนี่่ย
นั่งทำงานไป ร่างกายเริ่มไม่ตอบสนอง โดน stand  " THE WORLD " ลบเวลาออกไป 3 วินาที  นั่งหลับในซะงั้น

เช้าวันพฤหัส 15 หลังจากไม่ได้นอนทั้งคืน พี่นัน (เลขาที่ออฟฟิต) โทรมาตอนเ้ช้า ถามว่ากินไรกันยัง จะซื้อโจ๊กเข้ามาฝาก โอ้ววว!!! นางฟ้ามีจริง กินโจ๊กเสร็จก็ปั่นงานกันต่ออีก
8โมง print งานเป็น A4 ให้อ.เจตต์ตรวจ ตรวจเสร็จก็กลับมาแก้ โอ้ววว ม่า่ยยยนะ plan โดนแ้ก้ ซวยสุดๆ เพราะว่าทำ pdf พร้อมกับ present ไปเรียบร้อยแล้ว T_T  แก้ๆๆๆๆ
ไอ้บ๊อบบอกจะส่ง tive มาตอน 10 โมง 9 โมงเริ่มโทรไปแย๊บๆ ว่าเป็นไงมั่ง บ๊อบบอกว่าเหลือ รีทัช นิดนึงเดี๋ยวก็เสร็จ อะฮ้า มีกำลังใจแล้ว 10 โมง บ๊อบส่งมาแล้ว โคตรสวย บ๊อบมึงแน่มากๆ นับถือสุดๆ เดี๋ยวตอนขออนุญาต เอาใบประกอบวิชาชีพมึงมาด้วยนะ เดี๋ยวลงชื่อเป็นทีมออกแบบเพิ่มให้ด้วยอีกคน
เริ่ม print งานเพื่อเอาไป present เสร็จเรียบร้อยตอน บ่ายโมง เก็บของเสร็จก็นั่งคุยกับปอนด์ว่าเอาไงดี นอนนี่ หรือว่ากลับบ้านดีวะ ตกลงกันว่า ไปตายที่บ้านกันดีกว่า ออกมากินก๋วยเตี๋ยวรองท้องไปคนละชาม ให้น้ำร้อนล้างขี้ฟันตอนเช้าไปด้วย 55

ถึงบ้านตอน บ่าย3 ครึ่งอาบน้ำนอนตั้งแต่ บ่าย 3.45 ตื่นอีกที 8.30 วันศุกร์ที่16
ถึงออฟฟิตตอน 11 โมง บ่าย 4 เข้าฟังผลการประชุม สรุปว่าบ๊อบเป็นคนทำ tive ที่เราตามหา เพราะว่าที่ไอ้บ๊อบทำ 2 โครงการ เหมือนจะได้งานทั้งคู่เลย ติดแต่ว่า แม่งทำสวยมากๆ จนเจ้าของกลัวว่า ตึกจริงจะไม่สวยเท่าที่เอามาให้ดู

แสดดดด ซวยพวกกูอีกแล้วไอ้บ๊อบ

Blog EntryวันโคตรซวยNov 9, '07 1:01 PM
for everyone
วันโคตรซวย ตามชื่อเรื่องเลย

เมื่อวานรถโดนจิ้มตูดอย่างรุนแรง แรงแบบที่ว่า ชุดท้ายทั้งหมด ต้องเปลี่ยนใหม่ กันชนท้ายเละฝากระโปรงหลังยุบ ไฟท้ายแตกกระจาย บังโคลนขวาพัง BODY ด้านขวาด้านหลังย่นจากแรงกระแทก เซ็งเลย

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวานตอนเช้า (7.40 น.) นายเก่งก็ขับรถยนต์คันเก่งออกจากบ้านเพื่อไปจอดที่ พระจอมเกล้าลาดกระบังเพื่อนั่งรถไฟไปทำงานตามปกติ ขับออกจากบ้านเข้าถนนใหญ่ได้นิดนึง ก็ต้องชิดขวาเพื่อ U-TURN รถก็เห็นรถแทกซี่สีเขียวสดใส จอดอยู่เลนขวาแต่ไกล(รอU-TURNเหมียนกัน)
เราก็ขับรถช้าๆ ลั้นลาๆ เข้าเลนขวามาเรื่อยๆ โดยด้านหน้ามีรถกระบะ ขับนำอีกที ใกล้จะถึงรถแทกซี่สีเขียวนั่นแล้ว อยู่ดีๆ ก็มีมอไซค์เหี้ยๆ 1 คัน ขับแซงด้านซ้าย ผ่านรถเรา ผ่านกระบะ แล้วแม่งก็หักเลี้ยวเข้าขวาอย่างรวดเร็ว พี่แกกะว่าจะแทรกเข้าไปก่อน  แต่ว่าไอ้เวรนี่ขับมาอย่างเร็วก็เลยหักไม่พ้นรถแทกซี่ เลยพุ่งเข้าชนท้ายรถแทกซี่ไปอย่างรุนแรง (แรง มากขนาดพวกมอ'ไซค์รับจ้างบอกว่า พังขนาดนี้ ช่างโลขายเลยพี่ ไม่ต้องซ่อมแล้ว) พอชนเสร็จตัวคนขับก็ไถลออกไปทางด้านซ้าย ซึ่งเป็นทางเดียวกับที่ไอ้รถกระบะด้านหน้าก็เลยหักหลบออกไปให้พ้นตัวมัน ล้อหลังรถกระบะ วิ่งผ่านหัวคนขับมอ'ไซค์เวรนั่น ไม่ถึง 30 ซม.แน่นอน ด้วยความตกใจในเหตุการณ์ นายเก่งจึงชลอรถจนจอดสนิท (รถมันวิ่งไหลๆตามกันมา ไม่เร็วมากเท่าไหร่) นึกในใจว่า โชคดีที่เราไม่ไปทับมันอีก 


ไม่ถึง 3 วินาที  โครม!!!! โครมแบบไม่มีเอี๊ยดด้วย


รถคันข้างหลังรถนายเก่ง เป็นโตโยต้า โคโลล่า รุ่นเก่า วิ่งเข้าเสยตูดซะงั้น เซ็งโคตรๆๆๆๆๆ เดินลงมาจากรถเห็นคนในรถคู่กรณีเป็นผู้หญิง ลงมากัน 2 คน (แม่งเมาท์กันจนลืมดูข้างหน้าแน่ๆ สาดดดดดดเอ้ย) ชนหนักสุด ของนายเก่ง สภาพเป็นดังบรรยาย ของคู่กรณี ข้างหน้าเละ หม้อน้ำแตก แบตแตก กระโปรงยุบ ขับต่อไม่ได้เลย  โชคดีของเค้าเป็นประกันชั้น 1 ลงไปดูรถสักพัก ตำรวจ สน.จรเข้น้อย ก็เข้ามาถามเหตุการณ์ โชคดีที่ไม่ได้ไปร่วมใน Party แรกกับเค้าด้วย ตำรวจก็เอาใบขับขี่เรากับคู่กรณีไป บอกว่าให้ไปเคลียร์กันที่โรงพัก (เอ้า เราตกลงกันได้แล้วทำไมต้องไปโรงพัก อ่ะๆๆ มันมีเหตุผลต้องอ่านต่อ) 

คู่กรณีก็โทรคุยกับพ่อเค้า(ที่รู้เพราะเค้าให้เราคุยกับพ่อเค้าด้วย) โทรคุยกับประกันเรียบร้อย ตำรวจก็ให้เราขับรถไปรอที่ สน. เราก็ขับไปรอ

รอ
รอ
รอ
รอ
รอ

รอนานมากๆ นึกในใจ เชี่ยเอ้ย กูต้องส่ง แบบร่างโรงแรม วันนี้นะเ้ว้ย ยังไม่เสร็จเลย เมื่อไหร่จะถึงออฟฟิตวะเนี่ย  แล้วก็หยิบสมุดมาเขียนสเก็ตไปเรื่อยๆ แต่แ่ม่งคิดไม่ออกใจไม่อยู่กับแบบร่างโรงแรมแล้ว เมื่อไหร่จะเสร็จเรื่องวะเนี่ย

รออยู่ 30 นาที คู่กรณีก็เข้ามาที่สน. แล้วก็มาบอกเราว่า "พี่ค่ะ หนูไม่มีใบขับขี่ พี่ช่วยบอกทางประกันได้ไหมว่า พี่ผู้ชายเพื่อนหนูเป็นคนขับ ไม่งั้นประกันเค้าจะไม่รับผิดชอบ"

เอ้า!! นี่คือ ไม่มีใบขับขี่ด้วย เดี๋ยวนี้มันทำกันนานเหรอวะ ทำไมไม่ไปทำำกัน (คิดในใจนะ แต่ไม่ได้พูด)
เออ ได้ๆๆ ช่วยก็ได้ จะช่วยเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน  สักพักผู้ชายคนที่อ้างถึงก็เข้ามาถึงสน. เป็นชายร่างใหญ่ แต่ใจเป็นผู้ ญ. แล้วก็มีพ่อของน้องเค้ามา ก็โอเค เค้าพูดดีด้วย เราก็ช่วยเค้าไป(นี่ขนาดโดนชนมาุตูดยับนะเนี่ย)

สักพัก ตำรวจคนที่ยึดใบขับขี่ไปก็มาถึงโรงพัก ทีมผู้กระทำผิดก็เริ่มเข้าไปหาตำรวจคนนั้น เรื่องคนขับไม่มีใบขับขี่ จะขอเปลี่ยนคนขับ ตำรวจแสดงอาการไม่พอใจขึ้นมาทันที

เฮ้ย!! มันไม่เกี่ยวกับผมนี่ คุณมาให้ผมลงบันทึกประจำวันเท็จอย่างนี้ ถ้าเกิดทาง บ.ประกันเค้าสอบสวนเจอ ผมติดคุก 2 ปี โดนไล่ออกจากราชการ คุณจะรับผิดชอบผมไหม ฯลฯ คือเค้าบ่นนานมาก และเสียงดังสุดๆ สักพักเค้าก็บอกว่า คุยข้างในเสียงดังรบกวนคนอื่น ออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า (แน่ะ เริ่มคิดออกไม๊ว่าจะเกิดอะไร) ออกมาข้างนอกได้สักพัก พี่ๆเค้าก็รู้งาน ก็ถามไอ้ตำรวจนั้นไป ว่าผมต้องเสียค่าปรับอะไรบ้างละครับ ตำรวจคนนั้นก็บอกว่า มีข้อหาขับรถประมาท ปรับ 400 ส่วนเรื่องอื่นน่ะ ผมไม่รู้ (เว้นช่องแล้วนี่) แล้วตำรวจก็พูดประมาณว่า ประกันมาหรือยังนี่ มาถูกหรือเปล่า ยกนาฬิกาดูเวลา แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะออกเวรแล้วด้วย ขี้เกียจรอนาน

เสร็จแ่ล้วเค้าก็เชิญมาลงบันทึกประจำวัน ตอนนั้นเอกสารบนโต๊ะตำรวจ มีบัตรประชาชนคนขับ(ผู้หญิง) ใบขับขี่เรา แล้วก็สมุดบันทึกประจำวันตำรวจ พอเรียกมานั่ง ตำรวจก็ถามว่าเอ้าตกลงเอายังไงล่ะ พี่ผู้ชายก็เอาแบงค์ 1000 บาทวางใต้มือแล้วก็ยื่นมือไปให้ตำรวจ

โห แม่งเอาตังค์ใส่เก๊ะ แล้วก็บอกว่า " เอาใบขับขี่คุณมาสิ  เอ้าน้องผู้หญิง บัตรประชาชนคุณเอาไปเก็บสิ " แม่งสุดๆเลย (เราจดชื่อมาทั้ง ไอ้ร้อยเวร ที่จดบันทึก แล้วก็ไอ้ รตท.คนที่เอาเงินไปมาด้วย อยากถ่ายรูปเก็บไว้มากๆ ไอ้พวกเหี้ยพวกนี้นี่ มันเหี้ยๆพอๆกับไอ้มอไซค์คันนั้นเลยแหล่ะ) เขียนบันทึกสักพัก คนของ บ.ประกันก็มาเค้าก็มาถามรายละเอียดว่าเกิดเหตุยังไง ใครขับอะไรประมาณนี้ ไอ้ทีมนี้ก็ดันไม่คุยกันอีกว่ามายังไง ข้อมูลแม่งก็เลยไม่ตรงกับของตำรวจกับของนายเก่ง บ.ประกันเค้าก็เริ่มสงสัยแ้้ล้วก็เลยมาเหมือนสอบข้อมูลจากเรา

เราก็เลยต้องบอกไปกลางๆว่า ไม่รู้ครับว่าใครขับ รู้แต่ว่า รถผมโดนอัดตูดมา ยับเลย พี่ไปซักกันเอาเองดีกว่า

กว่าจะจบเรื่องเกือบ 10 โมง ตุเลงๆ รถไปจอดที่บ้านเหมือนเดิม  แล้วก็นั่งรถตู้ไปทำงานแทน


โอยยยย แล้วแบบร่าง โรงแรมกรูล่าาาาา ใครจะรับผิดชอบบบบ ซวยโคตรๆๆ

http://cottonsatin.multiply.com/reviews/item/4

หนังสือดีๆ น้องยีน review ไว้ ลองเข้าไปอ่านกันเด้ออออออ


เรียน ทุกท่านที่ทำประกันสังคม

ท่านสามารถเข้าไปเช็คเงินของท่านได้ที่

http://www.sso.go.th/enquiry
ต้องเข้าไปลงทะเ บี ยนก่อนถึงจะเช็คได้

วิธีการ
เพียงใส่เลขที่บัตรประชาชน วัน(วรรค)เดือนภาษาไทย(วรรค)พศ.เกิด เช่น 20 เมษายน 2518
กด Submit ก็สามารถตรวจสอบได้แล้ว ผลประโยชน์ของเราอย่ามองข้าม เงินออม เล็ก ๆ น้อย ๆจากประกันสังคมที่ท่านไม่ควรลืม

เช่น ทุกเดือนบริษัทจะหักเงิน 5% ของ 15,000.- (เงินเดือนขั้นสูงสุด)= 750บาท จากเงินเดือนของท่าน
1.5% = 225 บาทจะประกันเจ็บป่วย ตาย
0.5% = 75บาท จะประกันการว่างงาน
3% = 450 บาท จะประกันชราภาพ

สรุปว่าท่านจะถูกหักเป็นเงินออมชราภาพทุกเดือน@ละ 450.- บาท = ปีละ5,400.-บาท

ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการออมเงิน 1 ปี 5,400 บาท คือท่านจะได้เงินสบทบอีก 100% จากนายจ้างคือปีละ 5,400.- + ดอกเ บี ้ยจากประกันสังคม

ปี 45 = 4.2%, ปี 46= 6.5%
(สรุปท่านได้ผลประโยชน์ 106.5% เชียวละ คือฝาก 5,400 เงินของท่านจะได้รับประมาณ 11,502 บาท เห็นมั๊ยละว่าสูงมากๆ

จึงอยากจะเตือนท่านว่าอย่าเห็นเป็นเงิน เล็ก น้อย ท่านจะได้คืนเงินจำนวนนี้เมื่ออายุครบ55 ปี หรือถ้า 55ปี
แล้วยังทำงานก็จนกว่าจะเลิกทำคือเลิกส่งเงินประกันสังคม

***** ที่สำคัญ **** คือ ต้องขอคืนภายใน 1 ปีหลังจากเกษียณเท่านั้น ห้ามเกินแม้แต่ 1 วันมิฉะนั้นจะ
ถูกยกเข้าเงินกองกลางไปเลย
**** ไม่สามารถฟ้องอุทธรณ์ ได้เลย

การขอคืน

1. ถ้าท่านส่งเงินสมทบน้อยกว่า 15 ปี ท่านจะได้เป็นเงินบำเหน็จ คือได้ไปเป็นก้อนไปเลย เยอะอยู่นา อย่าลืมละ
2. แต่ถ้าท่านส่งเงินมากกว่า 15ปีท่านจะได้เป็นบำนาณ (ถามแล้วไม่สามารถเลือกเป็นบำเหน็จได้)
15% บวกอีกร้อยละหนึ่งต่อระยะเวลาจ่ายเพิ่ม 1 ปี เช่น ส่งเงินสมทบ 20 ปีได้ 20%ของ 15000.-บาท เท่ากับ 3,000 บาท ต่อเดือน

ย้ำ
***ท่านสามารถเข้าไปเช็คเงินของท่านได้ที่
http://www.sso.go.th/info/info_fundmid_logon.asp

http://www.bgh.co.th

สำหรับผู้ที่ไม่มี internet ให้ โทรสอบถามที่ 1506 แล้วกด 1 จากนั้นให้ทำรายการตามที่เครื่องบอก ก็จะได้ข้อมูลเหมือนกัน


ทีแรกว่าจะเขียนเรื่องไปเที่ยวสิงค์โปร์  แต่ว่ามันนานมาก จนลืมว่าไปไหนมามั่ง (ต้องมานั่งหาในแผนที่+ ถามยีนก่อนว่าไปไหนมามั่ง) เลยว่า ลืมๆ เรื่องไปเที่ยวสิงค์โปร์ไปก่อนเหอะ

แต่ว่า........

วันนี้ได้อ่านหนังสือเรื่องสั้น เรื่อง "อิฐ" ที่เขียนโดย "นิ้วกลม"

เราเคยได้อ่านเรื่องสั้นจาก "นิ้วกลม" มาก่อนในเรื่อง "โตเกียวไม่มีขา"

 

สุดยอดมาก คนอะไรใช้ชีวิตได้มันส์ขนาดนี้ ติดใจการเขียนและการนำเสนอ+มุมมองของเค้าตั้งแต่เรื่องนี้เลย

ครั้นเมื่อวันศุกร์ที่แล้วได้มีโอกาสไปเดิน B2S ที่เซนทรัลชิดลม เห็นเรื่องสั้นของเค้า จึงไม่รอช้า ไม่อ่านอะไรเกี่ยวกับหนังสือเลย มั่นใจมากว่าต้องมันส์แน่ๆ หนังสือคนนี้ แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย เล่มนี้เป็นการรวมเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับหนึ่งในแผงหนังสือ

แต่ละบทของเล่มนี้ มันตีกรอบความคิดของคนที่ชอบตีกรอบอย่างเราซะกระจายไปหมด ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แต่คุณยังจำถึงเวลาที่คุณเป็นเด็กได้ไหม เหมือนกับว่า คุณได้เจออะไรใหม่ๆ ที่ทำให้คุณตื่นเต้นได้ตลอดเวลา เหมือนตอนที่คุณคิดอยากจะรู้รสชาติของทุเรียนครั้งแรกว่าไอ้สิ่งที่ส่งกลิ่นอย่างนี้ มันจะให้รสชาติอย่างไร เหมือนตอนที่คุณได้เกมส์คอมพิวเตอร์เกมส์ใหม่ๆมา เกมส์ที่เวลากระโดดคุณต้องโยกจอยสติ๊ก ไปตามทิศที่คุณต้องกระโดด

 

นั่นแหล่ะ เราได้เจอกับมันตลอดเวลากับหนังสือเล่มนี้ มันทำให้เราตื่นเต้นจริงๆ  อาจจะอ่านดูแล้วเวอร์ แต่สำหรับเราแล้ว เราไม่เคยอ่านหนังสือที่เขียนแล้วมันส์+กระแทกกรอบความคิดของเรา(ย้ำว่าของเรา)ได้ขนาดนี้

ไม่อยากโฆษณามาก ของอย่างนี้ ไม่ลองไม่รู้ ใครอยากไปลองอ่าน แนะนำให้อ่านบทที่ 9.ก่อนก็ได้ ในเรื่อง "ฆวามเฆญชิณ" แล้วค่อยตัดสินใจว่า มันดีสำหรับคุณไหม

 

รักการอ่าน ช่วยพัฒนา ชาติเจริญ เย้ๆๆๆ

 

 


การเดินทางสู่นอกราชอาณาจักรไทยครั้งแรก ของชายหนุ่มแห่งลุ่มแม่น้ำคลองประเวศบุรีรมย์ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

แต่น แตน แต้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

"ตอนนี้บัตรเครดิตของ HSBC มีโปรโมชั่นไปสิงค์โปร์ถูกมากๆ เพื่อนๆอยากไปไหม" ข้อความที่ถูก forward สู่เพื่อนๆทุกคนที่ จุ๊บแจง(เพื่อนสมัยมัธยม) มีรายชื่อในโปรแกรมแชทยอดนิยม MSN ได้ส่งไปหา แต่ว่าก็เหมือนกับการโยนหินสู่บึงอันกว้างใหญ่ ระลอกคลื่นของข่าวสารกระจายออกไป แต่ว่าไม่มีระรอกคลื่นไหนกระเด้งกลับมาหาแจง จนกระทั่งวันนึง

 

แจง : ไอ้ยศ แกว่างป่าววะ

ผม : เออ ว่าง ทำไมวะ

แจง : ไปเที่ยวสิงค์โปร์กัน มีโปรโมชั่นถูกมากๆ 4800 บาท

ผม : จิงเหรอมึง กี่วันวะ

แจง : 3 วัน 2 คืน ค่าตั๋วเครื่องบินกับค่าโรงแรม+อาหารเช้าแล้วด้วยนะมึง

ผม : เฮ้ยจิงดิ เมื่อไหร่วะ หมายถึงโปรโมชั่นมันน่ะ

แจง : ภายในสิ้นเดือนนี้ว่ะ (กค.) แกอยากไปไหม

ผม : เอาดิ แต่ว่าต้องไม่ตรงวันที่15นะ เพื่อนกูแต่งงานว่ะ

แจง : ได้ๆๆ เดี๋ยวชั้นถามอีตุ่นก่อนว่ามันไปไหม

ผม : เอาดิ ฝากแกดูให้หน่อยว่าไปวันไหน จะได้ถามไอ้ยีนได้ว่า มันจะไปด้วยไหม

แจง : ใครวะ ยีน แฟนแกเหรอ

ผม : เออ สวยด้วยนะมึง (ใส่ไข่นิดนึง5555)

แจง : ได้เดี๋ยวชั้นถามอีตุ่นก่อนว่ามันเอาไง แล้วจะมาบอกแกอีกที

ผม : เออ ได้เรื่องยังไงก็บอกด้วยนะ

 

หลังจากนั้นแจงก็ได้มาบอกว่าทุกอย่างโอเค ให้เตรียมตัวเดินทางได้เลย ไปทำ passsport กับเตรียมเงินให้เรียบร้อยเลย เดินทาง 12-14 กค. ในช่วงที่สิงค์โปร์ เซล์กันทั้งเกาะ สาวๆเตรียมแงะกระปุกออมสินเพื่อจะไปชอปกันเต็มที่ โดยที่ผมเตรียมตัวเดินถ่ายรูปแทน

วันต่อมาแจงสรุปค่าใช้จ่ายมาเรียบร้อยว่า คนละ 7520 บาทกับการเดินทางด้วยสายการบิน singapore airline + รร. hotel royal + อาหารเช้า + รถรับส่งสนามบิน-->รร. และ รร.-->สนามบิน    ถือว่าราคาไม่แพงเพราะเท่าที่รู้มาค่าตั๋วของสายการบินนี้ก็แพงเอาการพอสมควร ถือว่าคุ้ม

 

เอาล่ะ ก้าวเล็กๆก้าวแรกของมวลมนุษยชาติได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

ตอนต่อไปจะเริ่มเล่าถึงการเดินทางในแต่ละวันนะครับ

ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่าน (อยากเขียนได้เก่งๆเหมือนไอ้พอลจัง น่าจะสนุกดี)


Blog Entryสวัสดี multiplyJan 6, '07 11:41 PM
for everyone

เป็นครั้งแรกที่ได้ทำ multiply กับชาวบ้านเค้ามั่ง

เห็นคนอื่นเค้ามีกันแล้วดูว่าน่าจะสะดวกดี


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help